สารบัญ
ทำความรู้จัก ควรรู้ก่อนดึงหน้า
1. แผลจากการดึงหน้า ความจริงที่ควรรู้
2. การผ่าตัดดึงหน้า เจ็บน้อย บวมน้อย ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด
3. ย้อนวัยด้วยการดึงหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน?
ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ทำตาสองชั้นมาแล้วหนาเป็นหอยแครง หน้าดูดุ
เกิดจากอะไรและมีวิธีผ่าตัดแก้ไขอย่างไร?
บทความโดย : Ticha Clinic Team
สิงหาคม 18, 2026

หลายคนที่ตัดสินใจทำตาสองชั้นด้วยความหวังว่าจะได้ดวงตาที่สวยขึ้น โตขึ้น ดูมีมิติมากขึ้น แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมากลับพบว่าชั้นตาหนาผิดปกติ ดูบวมตลอดเวลาแม้จะผ่านช่วงพักฟื้นไปนานแล้ว รูปทรงของเปลือกตาโค้งนูนคล้ายเปลือกหอยแครง ทำให้สีหน้าดูเข้มดุ ไม่เป็นมิตร ทั้งที่ตั้งใจอยากได้ดวงตาหวานสดใส ปัญหานี้เป็นที่รู้จักกันในวงการศัลยกรรมความงามว่า “ตาหอยแครง” และเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มคนที่เข้ารับการทำตาสองชั้นแล้วไม่พอใจกับผลลัพธ์ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหา วิธีสังเกตความแตกต่างระหว่างอาการบวมปกติหลังผ่าตัดกับตาหอยแครงที่แท้จริง ไปจนถึงแนวทางการผ่าตัดแก้ไขที่ใช้กันในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหานี้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการแก้ไข
ตาหอยแครงคืออะไร ทำไมถึงทำให้หน้าดูดุ
ตาหอยแครง เป็นคำเรียกอาการที่ชั้นตาหลังผ่าตัดมีลักษณะหนา นูน และโค้งสูงผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณกลางเปลือกตาที่จะพองออกมาคล้ายเนื้อหอยแครงเมื่อมองจากด้านข้างหรือด้านหน้า ต่างจากชั้นตาธรรมชาติที่ควรมีความบางเรียบ กลมกลืนไปกับโครงหน้า ลักษณะเด่นของตาหอยแครงคือเส้นพับของเปลือกตาจะอยู่สูงกว่าปกติ ทำให้เนื้อเปลือกตาส่วนที่อยู่เหนือเส้นพับดูหนาและกดทับลงมา เมื่อยิ้มหรือขยับหน้าจึงดูเหมือนตาโปนบวมตลอดเวลา
สาเหตุที่ตาหอยแครงทำให้ใบหน้าดูดุนั้น เกี่ยวข้องกับหลักการทางกายวิภาคของใบหน้าและการรับรู้ทางสายตาของคนทั่วไป โดยธรรมชาติแล้วดวงตาที่ดูอ่อนโยนหรือมีเสน่ห์มักมีสัดส่วนของชั้นตาที่พอดี ไม่หนาหรือบางจนเกินไป มีความโค้งลาดเอียงลงเบาๆ ไปทางหางตา เมื่อชั้นตาหนาผิดปกติและโค้งสูงกลางตา จะไปบดบังพื้นที่ตาขาวด้านบนบางส่วน ทำให้ดวงตาดูเล็กลงและแคบลงกว่าที่ควรจะเป็น อีกทั้งเนื้อเปลือกตาที่หนายังสร้างเงาและมิติที่แข็งกร้าวมากขึ้นเมื่อมีแสงตกกระทบ ผลรวมของทั้งหมดนี้ทำให้สีหน้าดูเข้ม เคร่งเครียด หรือแม้แต่ดูโกรธอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เจ้าของใบหน้าไม่ได้มีอารมณ์เช่นนั้นเลย

สาเหตุที่แท้จริงของอาการตาหอยแครง
การเกิดตาหอยแครงไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่มักเป็นผลรวมของหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกันทั้งจากเทคนิคการผ่าตัด โครงสร้างดวงตาเดิมของแต่ละคน และการดูแลหลังผ่าตัด
การออกแบบทรงตาที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างเดิม เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คนไทยส่วนใหญ่มีเปลือกตาที่ค่อนข้างหนา มีไขมันใต้เปลือกตามาก และมีลักษณะตาชั้นเดียวหรือตาสองชั้นซ่อนอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน หากแพทย์ออกแบบเส้นพับตาให้สูงเกินไปหรือกว้างเกินไปโดยไม่คำนึงถึงปริมาณไขมันและความหนาของผิวหนังเดิม ผลลัพธ์ที่ได้มักจะดูหนาและนูนผิดธรรมชาติ ยิ่งถ้าคนไข้ต้องการทรงตาสไตล์ที่มีชั้นตาใหญ่ ลึก ชัดเจนแบบที่เห็นในสื่อต่างประเทศ แต่โครงสร้างตาจริงมีไขมันเยอะและเบ้าตาไม่ลึก การฝืนออกแบบให้ได้ทรงที่ไม่เข้ากับสรีระจะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหานี้มากขึ้น
การเย็บชั้นตาลึกเกินไปในบริเวณกลางตา เป็นอีกสาเหตุสำคัญ เทคนิคการทำตาสองชั้นบางแบบอาศัยการเย็บยึดผิวหนังกับพังผืดใต้ชั้นกล้ามเนื้อยกเปลือกตา หากจุดเย็บลึกเกินไปโดยเฉพาะช่วงกลางตา จะทำให้เกิดแรงดึงที่ไม่สม่ำเสมอ ผิวหนังตรงกลางถูกดึงเข้าไปมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดรอยโค้งนูนสูงตรงกลางแล้วค่อย ๆ ลู่ต่ำลงไปทางหางตา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของตาหอยแครงที่มองเห็นได้ชัด
การตกแต่งผิวหนังและไขมันส่วนเกินไม่เพียงพอ ในกรณีที่คนไข้มีหนังตาหย่อนหรือมีไขมันใต้เปลือกตามาก หากในการผ่าตัดครั้งแรกไม่ได้ตัดผิวหนังหรือสลายไขมันส่วนเกินออกในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อสร้างชั้นตาขึ้นมาใหม่ เนื้อเยื่อส่วนเกินที่เหลืออยู่จะถูกดันขึ้นมากองรวมกันบริเวณเหนือเส้นพับ ทำให้ดูหนาและบวมแม้จะผ่านช่วงพักฟื้นไปนานแล้วก็ตาม
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ไม่ได้รับการแก้ไขร่วมด้วย ในบางคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงอยู่เดิม แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือแก้ไขไปพร้อมกับการทำตาสองชั้น ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากเพื่อดึงเปลือกตาให้เปิดกว้างขึ้น ซึ่งนานวันเข้าจะยิ่งทำให้เปลือกตาดูหนาและบวมมากขึ้น อีกทั้งยังอาจทำให้ตาสองข้างไม่เท่ากันได้ด้วย
พังผืดและเนื้อเยื่อแผลเป็นจากการหายของแผล หลังการผ่าตัดทุกครั้งร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นตามธรรมชาติเพื่อซ่อมแซมตัวเอง แต่ในบางคนที่ร่างกายมีแนวโน้มสร้างพังผืดมากกว่าปกติ หรือมีการอักเสบระหว่างการหายของแผลที่มากเกินไป พังผืดที่เกิดขึ้นจะไปเสริมให้ชั้นตาดูหนาและแข็งกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งอาการลักษณะนี้มักจะไม่ยุบตัวลงเองแม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน
การเข้าใจผิดว่าอาการบวมหลังผ่าตัดคือตาหอยแครง เป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะหลังผ่าตัดตาสองชั้นทุกคนจะมีอาการบวมเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปอาการบวมมากจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 2 ถึง 4 สัปดาห์แรก และจะเห็นรูปทรงที่ใกล้เคียงผลลัพธ์จริงมากขึ้นเมื่อผ่านไปประมาณ 3 เดือน ส่วนความเรียบเนียนสมบูรณ์แบบอาจต้องรอนานถึง 6 เดือนถึง 1 ปีในบางราย ดังนั้นหากยังอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว การที่ชั้นตาดูหนาอาจเป็นเพียงอาการบวมปกติที่ยังไม่หายสนิท ไม่ใช่ตาหอยแครงที่แท้จริง

วิธีสังเกตความแตกต่างระหว่างอาการบวมปกติกับตาหอยแครงจริง
การแยกแยะระหว่างอาการบวมชั่วคราวกับปัญหาตาหอยแครงถาวรเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเข้าใจผิดและรีบตัดสินใจแก้ไขเร็วเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อที่ยังบอบบางได้รับความเสียหายเพิ่มเติม และทำให้ผลลัพธ์การแก้ไขในอนาคตยากขึ้น
โดยทั่วไปอาการบวมหลังผ่าตัดปกติจะมีลักษณะค่อยๆ ยุบตัวลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละสัปดาห์ สีของรอยช้ำจะจางลงตามลำดับ และเมื่อกดเบา ๆ บริเวณเปลือกตาจะรู้สึกนุ่มกว่าปกติเล็กน้อยแต่ไม่แข็งเป็นก้อน ในทางกลับกัน ตาหอยแครงที่เป็นปัญหาถาวรมักจะไม่มีแนวโน้มยุบตัวลงแม้จะดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดแล้ว เนื้อเปลือกตาอาจรู้สึกหนาและมีความตึงแข็งเมื่อสัมผัส รูปทรงของเปลือกตาจะคงลักษณะโค้งนูนสูงในบริเวณเดิมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ยังคงเห็นความหนาชัดเจนไม่ต่างกันมากนัก
หากไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการบวมปกติหรือตาหอยแครงที่แท้จริง คำแนะนำที่ดีที่สุดคือการกลับไปพบแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจแก้ไขด้วยตัวเองก่อนที่จะผ่านระยะเวลาการหายของแผลที่เหมาะสม
แนวทางการวินิจฉัยก่อนวางแผนแก้ไข
ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดแก้ไข ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องทำการประเมินอย่างละเอียดรอบด้าน เริ่มจากการซักประวัติการผ่าตัดครั้งก่อน เทคนิคที่ใช้ ระยะเวลาที่ผ่านมาหลังผ่าตัด และปัญหาที่คนไข้รู้สึกไม่พอใจ จากนั้นจะทำการตรวจสภาพเปลือกตาโดยละเอียด ทั้งการดูปริมาณผิวหนังส่วนเกิน ปริมาณไขมันที่หลงเหลืออยู่ใต้เปลือกตา ตำแหน่งของเส้นพับเดิม รวมถึงการประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาว่ามีภาวะอ่อนแรงร่วมด้วยหรือไม่ เพราะหากไม่ได้แก้ไขปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงไปพร้อมกัน การแก้ไขตาหอยแครงเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์
นอกจากนี้แพทย์จะพิจารณาลักษณะเนื้อเยื่อแผลเป็นและพังผืดที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดครั้งก่อน เนื่องจากงานแก้ไขตาที่เคยผ่านการผ่าตัดมาแล้วมีความซับซ้อนมากกว่าการทำตาสองชั้นครั้งแรกอย่างมาก เพราะต้องจัดการกับเนื้อเยื่อที่มีพังผืดยึดติด อาจมีเนื้อเยื่อบางส่วนสูญเสียไปจากการผ่าตัดเดิม หรือผิวหนังบางจุดตึงผิดปกติ ทำให้การวางแผนต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์เฉพาะทางที่สูงกว่าปกติ
แนวทางการผ่าตัดแก้ไขตาหอยแครง
การแก้ไขตาหอยแครงมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักและความรุนแรงของปัญหาในแต่ละคน โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมที่สุดตามผลการประเมิน ซึ่งอาจเป็นวิธีเดียวหรือผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน
การผ่าตัดปรับลดความหนาของเปลือกตาด้วยเทคนิคเปิดแผล เป็นวิธีหลักที่ใช้ในกรณีที่ปัญหามาจากผิวหนังและไขมันส่วนเกินที่ยังเหลืออยู่มาก แพทย์จะเปิดแผลตามแนวเส้นพับเดิมหรือใกล้เคียง เพื่อเข้าไปตัดแต่งผิวหนังส่วนเกิน สลายหรือนำไขมันส่วนที่มากเกินไปออก และปรับโครงสร้างชั้นตาให้บางลงและเข้ารูปมากขึ้น วิธีนี้ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนและควบคุมผลลัพธ์ได้แม่นยำ เหมาะกับเคสที่มีความหนาของเปลือกตามากหรือมีพังผืดซับซ้อน
การคลายพังผืดและปรับตำแหน่งจุดยึดใหม่ ในกรณีที่สาเหตุหลักมาจากการเย็บยึดที่ลึกเกินไปหรือมีพังผืดยึดติดผิดตำแหน่ง แพทย์จะทำการคลายพังผืดเดิมออกอย่างระมัดระวัง แล้วจึงออกแบบและเย็บยึดจุดใหม่ให้มีความลึกและตำแหน่งที่เหมาะสมกับโครงสร้างตาของคนไข้มากขึ้น เพื่อให้เส้นพับใหม่มีความโค้งลาดเอียงเป็นธรรมชาติ ไม่โค้งสูงชันจนเกิดลักษณะหอยแครงซ้ำอีก
เทคนิคผ่าตัดทำชั้นตาควบคู่กับการปรับระดับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา: ในเคสที่มีปัญหาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแฝงอยู่ การผ่าตัดแต่งชั้นตาเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงต้องดำเนินหัตถการปรับกระชับความตึงของมัดกล้ามเนื้อตาไปพร้อม ๆ กัน เพื่อช่วยให้ลืมตาได้กว้างขึ้นตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องเลิกคิ้วหรือใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยยักคิ้วอีกต่อไป ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยลดความหนาบวมของชั้นตาเดิม ให้กลับมาดูเรียวสวย สมดุล และช่วยคืนความสดใส กระปรี้กระเปร่าให้กับดวงตาได้อย่างเห็นได้ชัด
การออกแบบทรงตาใหม่ให้เหมาะกับโครงสร้างเดิม เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการผ่าตัดทุกครั้ง แพทย์จะประเมินสัดส่วนใบหน้า ระยะห่างระหว่างตา ความกว้างของเบ้าตา และปริมาณเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่ เพื่อออกแบบเส้นพับใหม่ให้มีความกว้างและความสูงที่เหมาะสม ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ให้ผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนกับใบหน้าโดยรวม แทนที่จะยึดติดกับทรงตาที่เป็นกระแสความนิยมแต่ไม่เหมาะกับสรีระของแต่ละคน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้ารับการแก้ไข
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือควรรอนานแค่ไหนก่อนจะเข้ารับการแก้ไขตาหอยแครง คำตอบคือไม่ควรรีบผ่าตัดแก้ไขทันทีที่รู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์ เพราะเนื้อเยื่อหลังผ่าตัดยังอยู่ในช่วงกระบวนการหายและปรับตัว โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้รอประมาณ 1 ถึง 2 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้อาการบวมจากการผ่าตัดครั้งแรกยุบตัวลงจนเห็นรูปทรงที่ใกล้เคียงความเป็นจริง แต่ในบางกรณีที่มีการอักเสบมากหรือมีแนวโน้มสร้างพังผืดสูง แพทย์อาจแนะนำให้รอนานถึง 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้เนื้อเยื่อนิ่มตัวและมีเสถียรภาพมากพอที่จะเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขได้อย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
การรีบแก้ไขเร็วเกินไปในขณะที่เนื้อเยื่อยังบวมและอักเสบอยู่ อาจทำให้แพทย์ประเมินสภาพจริงของปัญหาได้ยาก และเสี่ยงต่อการผ่าตัดซ้ำที่อาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับเนื้อเยื่อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ดังนั้นความอดทนในช่วงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์การแก้ไขออกมาดีที่สุด
กระบวนการฟื้นตัวหลังผ่าตัดแก้ไข
การพักฟื้นหลังผ่าตัดแก้ไขตาหอยแครงมักใช้เวลานานกว่าการทำตาสองชั้นครั้งแรกเล็กน้อย เนื่องจากเนื้อเยื่อผ่านการผ่าตัดมาแล้วหนึ่งครั้งและมีความซับซ้อนมากกว่า ในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด คนไข้ควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดอาการบวมและช้ำ หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือสัมผัสบริเวณแผลโดยไม่จำเป็น และนอนยกศีรษะสูงกว่าปกติเพื่อช่วยลดการคั่งของเลือดบริเวณเปลือกตา
ในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์ถัดมา อาการบวมและรอยช้ำจะค่อย ๆ ลดลง แต่รูปทรงของเปลือกตาอาจยังไม่นิ่งสมบูรณ์ คนไข้ควรงดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาและงดการใส่คอนแทคเลนส์ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด รวมถึงหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนบริเวณใบหน้า เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3 เป็นต้นไป รูปทรงของชั้นตาจะเริ่มเข้าที่มากขึ้นและใกล้เคียงผลลัพธ์สุดท้าย ส่วนความเรียบเนียนสมบูรณ์แบบอาจต้องรอจนถึง 6 เดือนถึง 1 ปีในบางราย ขึ้นอยู่กับสภาพเนื้อเยื่อและการดูแลตัวเองของแต่ละคน

การเลือกแพทย์และคลินิกสำหรับการแก้ไขตาหอยแครง
เนื่องจากงานแก้ไขตามีความซับซ้อนสูงกว่าการผ่าตัดครั้งแรกอย่างมาก การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและมีประสบการณ์ในงานแก้ไขตาโดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คนไข้ควรตรวจสอบประวัติและผลงานของแพทย์ ทั้งจากภาพผลงานเคสจริงในลักษณะใกล้เคียงกับปัญหาของตัวเอง และควรสอบถามรายละเอียดในการปรึกษาก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด เช่น สาเหตุของปัญหาที่แท้จริงคืออะไร แนวทางการแก้ไขที่แพทย์วางแผนไว้เป็นอย่างไร มีความเสี่ยงหรือข้อจำกัดใดบ้าง และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ตามความเป็นจริงเป็นอย่างไร
การปรึกษากับแพทย์มากกว่าหนึ่งท่านก่อนตัดสินใจก็เป็นแนวทางที่ดี เพื่อเปรียบเทียบมุมมองและแผนการรักษาที่แตกต่างกัน และช่วยให้คนไข้มั่นใจมากขึ้นก่อนเข้ารับการผ่าตัดจริง
แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตาหอยแครงตั้งแต่แรก
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนทำตาสองชั้นเป็นครั้งแรกและต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาตาหอยแครง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกทรงตาที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและดวงตาของตัวเอง แทนที่จะยึดติดกับทรงตาตามกระแสความนิยมโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม การปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนผ่าตัด รวมถึงการให้แพทย์ประเมินปริมาณไขมันและผิวหนังส่วนเกินอย่างครบถ้วน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหานี้ได้มาก
นอกจากนี้ การเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมเปลือกตาโดยตรง มากกว่าการเลือกจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุป
ปัญหาตาหอยแครงเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการออกแบบทรงตาที่ไม่เหมาะกับโครงสร้างเดิม เทคนิคการเย็บที่ลึกเกินไป การตกแต่งผิวหนังและไขมันไม่เพียงพอ ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือแม้แต่การเกิดพังผืดจากกระบวนการหายของแผล แม้ปัญหานี้จะส่งผลต่อความมั่นใจและทำให้ใบหน้าดูดุกว่าที่ควรจะเป็น แต่ก็เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะทางในงานแก้ไขตา
สิ่งสำคัญคือการรอให้เนื้อเยื่อหายเป็นปกติในระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจแก้ไข การเข้ารับการประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และการเลือกแพทย์ที่ไว้ใจได้ ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์การแก้ไขออกมาเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับใบหน้า และช่วยคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง