5 ข้อควรรู้สำคัญที่สุดเกี่ยวกับ การร้อยไหมยกหน้า
บทความโดย : Ticha Clinic Team
มิถุนายน 06, 2026

โปรแกรมร้อยไหม คือ การใช้เส้นไหมละลายทางการแพทย์ (Biologically compatible material) ที่มีเงี่ยงหรือลักษณะพิเศษต่าง ๆ สอดเข้าใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อสร้างแรงดึงยกกระชับผิวส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้นทันที และในระยะยาว เส้นไหมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจน และ อิลาสติน รอบ ๆ แนวไหม ทำให้ผิวเกิดความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเต่งตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การร้อยไหมช่วยเรื่องอะไร ? เหมาะกับใคร? และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
การร้อยไหมคือหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้ ไหมละลาย (เช่น PDO, PLLA, PCL) ที่มีเงี่ยงหรือลักษณะพิเศษ สอดเข้าใต้ชั้นผิวหนังเพื่อสร้างแรงดึงยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นทันที
การร้อยไหมช่วยเรื่องอะไร ?
ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ดึงแก้มที่ห้อยลง ร่องแก้มลึก หรือผิวบริเวณกรามที่เริ่มไม่คมชัด ให้กลับมาเต่งตึงขึ้นได้ทันที
ปรับรูปหน้าให้เรียววี ช่วยเก็บกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณกรามและใต้คาง
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เส้นไหมจะสลายไปตามธรรมชาติ แต่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจะคงอยู่ ทำให้ผิวแน่นฟูขึ้นต่อเนื่อง
ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ช่วยให้ผิวดูละเอียดขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้นจากผิวที่ถูกยกกระชับและฟูขึ้น
ลดปัญหาคาง 2 ชั้น ช่วยดึงผิวบริเวณใต้คางให้กระชับขึ้นได้
ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหมยกหน้า ?
การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
มีแก้มห้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ที่เริ่มมีเนื้อแก้มหย่อนคล้อยลงมาทับบริเวณร่องแก้ม ทำให้ร่องแก้มดูชัดขึ้น
กรอบหน้าไม่คมชัด ผู้ที่ต้องการเก็บผิวบริเวณแนวกรามและใต้คางที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้ากลับมามีรูปทรง V-Shape ที่ชัดเจนขึ้น
ผิวไม่กระชับ/ไม่แน่น ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแน่นฟูขึ้นทั่วใบหน้า
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและไม่ต้องพักฟื้นนาน ผู้ที่มีเวลาน้อย ไม่สามารถลาพักงานเพื่อผ่าตัดดึงหน้าได้
ผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที การร้อยไหมจะให้ผลยกกระชับขึ้นทันทีหลังทำประมาณ 20-30% และจะดียิ่งขึ้นเมื่ออาการบวมลดลงและคอลลาเจนเริ่มสร้างตัว
ผู้ที่ต้องการการฟื้นตัวไว โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติทันที อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยในช่วง 3-7 วันแรกเท่านั้น
ผู้ที่เคยทำหัตถการอื่นมาแล้วและต้องการเสริมผลลัพธ์
ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์/โบท็อกซ์ การร้อยไหมสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ โดยจะช่วยเสริมให้โครงสร้างใบหน้าที่ได้รับการแก้ไขด้วยฟิลเลอร์อยู่ตัวและกระชับขึ้น
ผู้ที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยหลังการฉีดสลายไขมัน เมื่อไขมันลดลง ผิวบางคนอาจเกิดความหย่อนคล้อยตามมา การร้อยไหมจะช่วยดึงผิวนั้นให้กลับมากระชับได้
ผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุดที่ต้องการแก้ไข การร้อยไหมยังสามารถใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะบริเวณได้อีกด้วย เช่น: ยกหางคิ้ว/หางตา: สำหรับผู้ที่มีหนังตาตก หรือต้องการปรับรูปทรงคิ้วให้ดูเฉี่ยวขึ้น ลดเหนียงใต้คาง: ช่วยเก็บผิวบริเวณใต้คาง (Double Chin) ให้ตึงขึ้น
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของไหมที่ใช้ เทคนิคการร้อย ปริมาณไหมที่ใช้ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะสามารถคงอยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 18 เดือน หรือในบางเคสอาจนานถึง 2 ปี สำหรับไหมบางชนิดที่มีความแข็งแรงสูง ช่วง 1-3 เดือนแรก จะเห็นผลชัดเจนที่สุดจากการดึงยกและเริ่มมีการกระตุ้นคอลลาเจน หลังจากไหมสลายผลจากการกระตุ้นคอลลาเจนยังคงอยู่ ทำให้ผิวดูดีกว่าก่อนทำไปอีกระยะ

ชนิดของไหมที่ใช้ ต้องเป็น “ไหมละลาย” เท่านั้น
เป็นข้อที่สำคัญที่สุดที่คุณควรใส่ใจ เพราะไหมที่ดีต้องเป็นไหมละลายทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง เพื่อความปลอดภัยและไม่เหลือสารตกค้างในร่างกาย โดยไหมหลัก ๆ ที่นิยมใช้มีดังนี้
PDO (Polydioxanone) ให้แรงยกกระชับดี กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
PLLA (Polylactic acid) ให้แรงยกดี มีความแข็งแรง คงทน ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานกว่า 1 ปี
PCL (Polycaprolactone) มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด คงผลลัพธ์นาน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน
ข้อปฏิบัติก่อนการร้อยไหม
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การร้อยไหมราบรื่นและลดผลข้างเคียงได้มาก
งดวิตามิน/อาหารเสริม: งดกลุ่มที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), น้ำมันปลา (Fish Oil), วิตามินอี (Vitamin E), และคอลลาเจน ก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
งดแอลกอฮอล์: งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ
แจ้งประวัติ: แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัวและการแพ้ยาทุกชนิด
การดูแลตัวเองหลังการร้อยไหม
เพื่อให้ไหมเข้าที่และได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน คุณต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
ห้ามขยับหน้าแรง งดอ้าปากกว้าง, หัวเราะกว้าง, หรือเคี้ยวอาหารแข็ง ๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไหมเคลื่อนที่หรือขาด
ประคบเย็น ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดอาการบวม
ห้ามนวดหน้า/เลเซอร์ งดการนวดหน้า, ขัดหน้า, และงดทำหัตถการที่ใช้ความร้อนสูง (เช่น เลเซอร์, RF, Thermage) บริเวณใบหน้า อย่างน้อย 1-2 เดือน
ท่านอน ควรงดนอนตะแคงหรือนอนคว่ำในช่วง 2-3 คืนแรก เพื่อป้องกันการกดทับไหม
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติ จะค่อย ๆ ยุบลงเองตามเวลา
ใบหน้าไม่เท่ากัน/หน้าเบี้ยว: เกิดจากเทคนิคการร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง หรือการประเมินที่ไม่แม่นยำ (เน้นย้ำความสำคัญของการเลือกแพทย์)
ไหมโผล่/ไหมขาด: อาจเกิดขึ้นได้จากการขยับใบหน้าแรง ๆ หรือร้อยไหมในชั้นผิวที่ไม่เหมาะสม
ใครไม่ควรทำโปรแกรมร้อยไหม?
แม้การร้อยไหมจะเหมาะกับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางกลุ่ม
ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด: ต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด
ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะทำการร้อยไหม: ควรรักษาอาการติดเชื้อให้หายก่อน
หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงหัตถการที่ไม่จำเป็น
ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์แบบการผ่าตัดดึงหน้า: การร้อยไหมให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ไม่เทียบเท่าการผ่าตัด ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
สรุป
การลงทุนที่คุ้มค่ากับการเลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การร้อยไหมยกหน้าเป็นการลงทุนเพื่อความมั่นใจและความอ่อนเยาว์ที่ไม่ต้องเจ็บตัวนาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือก คลินิกที่ได้มาตรฐาน และ แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ในการประเมินรูปหน้า การเลือกชนิดของไหม และเทคนิคการร้อยที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของคุณ การร้อยไหมที่ทำโดยผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่สวยงาม เป็นธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้มากที่สุด